
นานเท่าไหร่แล้วนะ ที่ไม่ได้นั่งดูพระอาทิตย์ค่อยๆเคลื่อนตัวลงต่ำแล้วลับไปจากขอบฟ้า...

มันมีหลายสิ่งรุมเร้าเหลือเกิน ก็รู้ว่าคนอื่น คนในครอบครัว เขาหนัก เขาเหนื่อยกว่าเรา แต่เราบ่นไม่ได้ใช่ไหม ทุกข์ก็เก็บไว้ เหนื่อยก็เก็บไว้ แล้วเอาใจคนอื่นที่หนักกว่าเรา ใส่ใจคนอื่นบ้าง แม้ว่าจะขัดอารมณ์ก็ต้องพูดดีๆ ต้องเห็นใจคนอื่นบ้าง...เราเห็นแก่ตัวในยามนี้บ้างไม่ได้ใช่ไหม เราอยากทำงานตอนนี้ให้เสร็จ อยากทำงานไปเรื่อยๆ โดนไม่กังวลว่าเดี๋ยวต้องทำอย่างอื่น อยากรู้สึกว่าทำงานทุกอย่างด้วย passion อยากปลดปล่อยตัวเอง อยากร้องไห้ อยากกรี๊ดอีกครั้ง แม้ว่าวันนี้จะทำไปแล้ว รูว่าแม่ก็หนัก พ่อก็หนัก รู้ว่าตัวเองก็ไม่ใช่ลูกที่ดีนัก เพราะเราก็ไม่แน่ใจนักว่าลูกที่ดีเป็นยังไง ต้องเหมือนกันทุกคนไหม เราต้องทุ่มเทให้ผู้อื่นเท่าๆกับที่ผู้อื่นทุ่มเทให้เรา? แม่ดูแลเรามากเท่าไหร่ เราก็ดูแลเรามากเท่านั้น มันอาจไม่ใช่เวลานี้ เราไม่เคยเป็นห่วงพ่อ เป็นห่วงแม่หรอ.... แค่บางครั้งเราไม่พูด แค่ตอนนี้เราก็ไม่มีเวลาจะอยู่กับครอบครัวมากนัก แม่ก็งานหนักแม่ก็ต้องเอาใจคนอื่น เอาใจเราเหมือนกัน แล้วเราต้องทำเหมือนกัน ณ เวลาเดียวกันไหม ตอนนี้ความรู้สึกเรา เรามั่นใจว่ายากที่ใครจะเข้าถึงเกินครึ่งจริงๆ มันมากกว่าสิ่งทางกายภาพและเกินคำบรรยายความรู้สึกที่มีบัญญัติไว้ในพจนานุกรม ...

ตอนนี้เราไม่ได้ต้องการคำพูดส่งเสริมกำลังใจ แต่ก็ไม่ต้องการคำพูดทิ่มแทงใจอีกแล้ว มันบอบช้ำมาหลายสิ่งเหลือเกิน ทั้งแม่ ทั้งแฟน (ที่ก็ไม่มีอีกแล้ว) ทั้งครู ทั้งความคิดในหัว....วันนี้มันระเบิดออกมาหลายสิ่ง เกินกว่าที่จะอธิบายให้แม่ฟังทัน เกินกว่าที่แม่จะเข้าใจได้ทัน แม่ก็เสียใจไปแล้ว ...เรารู้ว่าเราต้องอดทน เราอดทนมาหลายสิ่งแล้ว แต่เราก็ไม่คิดว่าวันนี้จะระเบิดกับแม่ แค่แม่เดินออกมาบอกให้ทำงานบ้าน แล้วเราก็ไม่รู้จะได้ทำไม บ่นว่าอยากทำงานให้เสร็จ และมันสอดคล้องกับจังหวะที่โทรศัพท์มาพอดี แล้วอาบอกว่าไม่ช่วยรับโทรศัพท์เลย....มันอดไม่ได้แล้ว อะไรหนักหนา....เราอยากอยู่เงียบๆตอนนี้ อยากค่อยๆคิดแล้วทำงานทีละอย่างให้เสร็จ...ใช่มันเป็นแค่การบ้าน เป็นงานในมหาลัย เป็นการเตรียมตัวก่อนสอบ...แต่มันก็พิสูจน์เรา เราสามารถจัดระบบการทำงานได้ไหม เราจัดระบบความคิดได้ดีแค่ไหน ตั้งใจทำงานแค่ไหน รับผิดชอบแค่ไหน

ไม่รู้ว่าเราจะได้ทำงานอะไร จะดูแลพ่อแม่ต่อได้ไหม อยากทำสิ่งที่ตัวเองชอบ ตามความฝัน อยากไปเที่ยว ไปถ่ายรูป ปั่นจักรยาน นั่งดูอาทิตย์ตกดิน ฟังเสียงนกร้อง ...

ต้องทำใจยอมรับหลายๆอย่าง... ความรู้สึกรักเนี่ย อยู่ดีๆมันก็หายไป เพื่อนร่วมเดินทางคนหนึ่งขอแวะไปเก็บผลไม้ในทางเดินอีกเส้น อีกคนหนึ่งเดินไปตามทางเรื่อยๆ แล้วก็หวังว่าเมื่ออีกคนหนึ่งทำภารกิจเสร็จแล้ว เราก็จะได้เจอกันในปลายทางซักแห่ง แต่รู้สึกว่าเพียงแค่ไปเก็บผลไม้ มันทำให้ความรู้สึกของเพื่อนร่วมเดินทางหายไป ปัญหาอุปสรรคต่างๆ ต่างคนต่างหนี ....จบลงด้วยความที่ยังมีบางสิ่งบางอย่างค้างคาใจ ไม่เข้าใจ เดินทางมันก็เดินคนเดียวได้ เข้มแข็งไว้สิ แล้วก็เดินต่อ....ใครจะรู้ ไม้ที่ดูแข็งแรงข้างนอก ข้างในมันโดนปลวกกินหมดแล้ว เข้มแข็งใช่ว่าจะอ่อนไหวไม่เป็น ใครว่าเราเลือกได้ เราไม่ได้อยากเลือกแบบนี้นะ เขาเลือกเอง ส่งผลให้เราไม่มีสิทธิเลือกแล้ว มีแต่เลือกที่จะรอ เลือกที่จะยังคิดถึง ...ทำไมนะ

ใครจะมาเอาใจเราได้ตลอด...

ดีใจที่ได้เรียนกับอาจารย์ดีๆ แม้จะต้องเรียนแต่เช้า แต่เราก็อยากมาเรียน อาจารย์เปิดอิสระให้คิด สอนให้เขียนอย่างดี จุดประกายความสร้างสรรค์ ย้ำให้อ่านให้คิดเสมอ มีบางสิ่งที่อาจารย์ไม่ได้พูดกับเราคนเดียวหรอก แต่มันบังเอิญสอดคล้องกับสิ่งที่เราไม่อยากคิดถึงมัน เราดันมาลงเรียนคณะที่อาจารย์เรียกว่า "จับฉ่าย" เราเป็นรองคนอื่น ...คือ อาจารย์เขาอยากให้เราตั้งใจเรียนให้มากกว่านี้ การทำเกรดเป็นเรื่องสำคัญเพื่อเราจะได้ไปต่อได้ง่าย จริงจังกับอาชีพ "นักศึกษา" ให้มากกว่านี้หน่อย...เราไม่สามารถลืมสายตาแห่งความทุ่มเทของอาจารย์ในวันที่พูดได้เลย ...นั่นสินะ ในสังคมที่เราอยู่...เรียนจบแล้วทำอะไรต่อดี ต่อโท ต่อเอก หางานทำ...ทำอะไรดีล่ะ....เราไปอยู่ที่ไหนมานะ กลับมาได้แล้วมั้ง

ทำไมเราถึงไขว่เขวได้ง่ายขนาดนี้...จริงๆแล้วเราตั้งใจจะให้ชีวิตเราเป็นยังไงกันนะ หรือเรากำหนดมันไม่ได้

เหนื่อยกับสถานะคนนอก...หรือเรียกว่า "กึ่ง" คนนอกดีกว่าไหม...เราไม่ได้สุดโต่งขนาดนั้น

ทุกวันนี้แทบจะลืมเวลาไปได้เลย.... อยากหลับตาแล้วหายไปเลย อย่างน้อยซักพักก็ยังดี

เอาน่า เรายังสู้ต่อไหว ได้ร้องไห้ ได้ตะโกนออกมาแล้วนิ