Kamolwan's profilePieces of mePhotosBlogListsMore Tools Help
    May 31

    Tears, Idle Tears

    Tears, idle tears, I know not what they mean,

    Tears from the depth of some divine despair

    Rise in the heart, and gather to the eyes,

    In looking on the happy Autumn-fields,

    And thinking of the days that are no more.

     

    Fresh as the first beam glittering on a sail,

    That brings our friends up from the underworld,

    Sad as the last which reddens over one

    That sinks with all we love below the verge;

    So sad, so fresh, the days that are no more.

     

    Ah, sad and strange as in dark summer dawns

    The earliest pipe of half-awakened birds

    To dying ears, when unto dying eyes

    The casement slowly grows a glimmering square;

    So sad, so strange, the days that are no more.

     

    Dear as remembered kisses after death,

    And sweet as those by hopeless fancy feigned

    On lips that are for others; deep as love,

    Deep as first love, and wild with all regret;

    O Death in Life, the days that are no more.

     

                           

    By Lord Alfred Tennyson

    May 26

    Royal Orchid Paradise @ Siam Paragon

     เซ็ง เป็นหวัดอีกแล้ว....แต่ยังไงก็ทำใจไว้แล้วว่าต้องเป็นปีละ 1-2 ครั้งล่ะ-_-" เป็นหลังงานรับเพื่อนใหม่อะดีแล้ว เมื่อวานไปดูหนังมา คนที่ไม่รู้คงคิดว่าเราซึ้งไปกับหนังทุกฉากทุกตอน -_-" เปล่าค่ะ น้ำมูกไหล 555....เอาล่ะ เพื่อนๆ รักษาสุขภาพนะคะ
     
    ดูเหมือนว่า blog ประเภท flowers เนี่ย เราไม่ได้เขียนมานานเลย ไปงานแสดงกล้วยไม้มา ก็ขอเอามาเขียนหน่อยแล้วกัน ถ้าจำไม่ผิดงานมันชื่อว่า Royal Orcid Paradise ไม่รู้ว่าเขาเริ่มจัดตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่เราแอบไปเที่ยวคนเดียวเมื่อวันที่ 21 พ.ค. กลับมาบ้านโดนอางอนซะงั้น หาว่าไม่ชวน -_-" (อ้าว) แต่ยังไงอาก็โดดงานไปไม่ได้ 555 อาเลยให้พาป้าไปดูแทน ก็เลยไปอีกทีวันที่ 24 พ.ค. วันสุดท้ายของงานแสดง
     
    ในงานมีอะไรหรอ? ก็มีกล้วยไม้นะสิ จะว่ามันเป็นงานถ่ายรูปกล้วยไม้อย่างที่นายเบย์ว่าก็ไม่ผิด เพราะว่ามีแต่คนถือกล้องเดินไปเดินมาเต็มไปหมด O_O รวมทั้งเราด้วย ^^" แต่เผอิญว่าวันที่แอบไปคนเดียว ถือกล้องไม่ค่อยจะมีความสุขเท่าไหร่ เนื่องจากแบตจะหมดซึ่งเป็นผลมาจากกิจกรรมรับเพื่อนใหม่ทั้งสองวัน 555 วันที่ไปกับป้าก็เลยจัดการชาร์จแบตเต็มที่ โอเค ถือกล้องอยู่สุขหน่อย แต่น่าเสียดายที่วันสุดท้ายของงาน กล้วยไม้บางต้นมันเหี่ยวแล้วละสิ บางอันก็เหี่ยวจนน่าเกลียด น่าสงสารมันจัง
     
     งานใหญ่ขนาดนี้ จะมีแต่กล้วไม้ที่หาได้ตาม JJ ก็กระไรอยู่ มันก็มีกล้วยไม้ชนิดหายาก สีกล้วยไม้ที่ไม่ค่อยได้เห็น กล้วยไม้รูปแบบแปลกๆ สวยๆ มาจัดแสดง ก็นับว่าถูกใจคนรักกล้วยไม้อยู่ เราถึงแม้จะไม่ใช่คอกล้วยไม้ ก็ชื่นชมกับความงามของมัน ประทับใจอยู่ระดับหนึ่งแหละ เพราะชอบดอกไม้ ^.^ ได้ดูอะไรที่มันมีสีสันหน่อยก็สุขใจดี
     
     เราอัพโหลดรูปบางส่วนไว้ที่ Photo Album แล้วนะ ไปดูกันได้
     
    May 21

    ภาพของเรา

     วันแรกพบ 16 พ.ค.
    TU Chorus ของเราได้ขึ้นไปร้องเพลงต้อนรับน้องๆที่ขึ้นมาชอมอนุสรณ์สถานอ.ปรีดี ที่ตึกโดม เราเพิ่งขึ้นไปเป็นครั้งแรกเหมือนกัน จำได้ว่าปีที่แล้วไม่เห็นมีพาขึ้นไปชมเลย คงเป็นเพราะเวลาที่จำกัดละมั้ง ร้องนี่ก็ไม่ได้ร้องรอบเดียวอีกตั้งหาก น้องเข้ามาหลายรอบก็ร้องทุกรอบ บางรอบก็ต้องลงไปร้องที่ลานปรีดี (แดดร้อนนะเนี่ย) วันนั้นเป็นวันแรกที่ได้ใส่เสื้อประจำ TU Chorus เป็นวันแรกด้วย (เสื้อสวย ชอบๆ) ตอนหกโมงเย็นก็ไปซ้อมกับวง TUSO (Thammasat University Symphony Orchestra หรือ TU ซิ้ม ซึ่งเป็นชื่อที่พี่โซ่เรียกใหม่ 555....อย่าโกรธกันน้าโอม เรียกเล่นๆเฉยๆ ^^") ซ้อมที่โถงหน้าหอประชุมใหญ่ เสียง project ดีอะ ทำให้ร้องเพลงแล้วอลังการดี 555 โดยเฉพาะเพลงสรรเสริญพระบารมี ...โอ้ว อลังการดีแท้ ....พี่โซ่ได้โซโลเพลง Memory กับวง ส่วนเรา Don't cry for me Argentina ไปไม่รอด -*- คีย์ต่ำประหนึ่งว่าต้องตั้งเสียงตรงกระเพาะอาหาร 555 นายโอมใจดีเลยย้ายให้ไปร้องรอบหน้าพร้อมจะเปลี่ยนคีย์ ทำโน้ตให้ใหม่ (ขอไลน์ร้องด้วยนะจ๊ะ T^T) ขอโซโลสักรอบก่อนจบปี 4 เหอะ
     
    มองน้องๆที่เดินเข้ามาในมหาลัยก็ยิ่งนึกถึงตัวเอง บรรยากาศวันแรกพบวันนั้น เราใส่เสื้อสีส้ม เดินเข้ามาทางประตูท่าพระจันทร์ ก็มีพี่ๆถือป้ายต้อนรับบ้าง ขายสมุดบ้าง ขายเสื้อบ้าง หลังจากจบกิจกรรมแรกพบในปีนั้น ทำให้เราอยากมาทำกิจกรรมรับเพื่อนใหม่เหมือนกัน เป็นพี่แฝง อะไรแบบนี้ แต่งานชุมนุมกับงานคณะคงต้องเลือกทำอะไรซักอย่างเพื่อทำให้มันเต็มที่ และสุดท้ายเราก็เลือกที่จะไปยืนร้องเพลงมากกว่า เพราะนั้นก็เป็นภาพในใจเราเมื่อปีก่อนเหมือนกัน
     
     Lights and Sound 19 พ.ค.
    งานนี้ เราประทับใจมากเมื่อปีที่แล้ว ประทับใจเสียงเพลงคอรัสที่ทำให้เราเกิดอารมณ์ร่วมไปกับประวัติศาสตร์และอุดมการณ์ของมหาวิทยาลัย น่าเสียดายที่เราได้ยินมาว่าปีหน้าจะไม่มีจัดแล้ว ...งานนี้มีที่ท่าพระจันทร์ หลังจากจบงานก็มีรถ (รถเมล์) ไปส่งที่รังสิต คณะคอรัสของเราก็เป็นรถเมล์ส่วนตัวค่ะ มีแต่กลุ่มเราๆทั้งนั้น เรานั่งข้างหลังกับโดโด้ กิ๊ฟ กบ แล้วก็เจ๊บอล เจ๊บอลก็เล่าเรื่องต่างๆให้ฟัง ทั้งเรื่องร้องเพลง เรื่องชุมนุม เรื่องรุ่นพี่ อะไรต่างๆมากมาย เราก็นึกไว้ว่าซักวันเราคงได้มานั่งตรงที่เจ๊บอลนั่งแล้วก็เล่าเรื่องอะไรแบบนี้ให้รุ่นน้องฟัง และก็อยากรู้เหมือนกันว่ารุ่นน้องของเราจะพูดอะไรถึงเกี่ยวกับเราบ้าง
     วันรับเพื่อนใหม่ 20 พ.ค.
    แย่หน่อยที่ซุ้มที่มาจัดไว้เมื่อวันที่ 17 ต้องรื้อออก ย้ายจาก Aquatic ไปจัดไว้ตรงเต้นท์ทางเดิน แคบเนื่องจากเจ้าหน้าที่บอกว่ามีผึ้งบินเข้ามา (เยอะ) กลัวจะเป็นอันตราย กิจกรรมรับสมัครน้องเข้าชุมนุมดูจะไม่ค่อยได้เรื่องเท่าไหร่ แต่ก็สนุกดี เราก็บ้าตามเจ๊บอลไปด้วย วิ่งไปโน้นไปนี่โปรโมทชุมนุม 555
     
    โชคดีที่วงเรากับ TUSO ได้แสดงเป็นชุดแรกๆ (น้องๆยังมีแรงอยู่) เราจำได้ว่าปีที่แล้ว งานรับเพื่อนใหม่เล่นเอาเราเกือบแย่อะ มันหลายงานติดต่อกันหลายวัน หลังจากที่เราแสดงเสร็จ ก็ไปพักในห้องพักนักแสดง แล้วก็ออกมาดูการแสดงต่อไป ชอบงิ้วสังคมสงเคราะห์มากๆ กัดเจ็บดี 555 แต่ว่าเรื่อง เอมี่คณะศิลปศาสตร์เนี่ยไม่อยากให้เอามาเล่นเลย งานวันที่ 19 ก็มีคนเอามาเล่น คือ มันขำไม่ออก แล้วก็แบบ ไม่ควรเอามาเล่นแบบนี้อะ
     
    งานดำเนินไปได้ถึง 3 ทุ่ม น้องๆก็เริ่มเหี่ยวกันแล้ว (ก็มันเหนื่อยนิ) ชมรมชาวอิสานก็ไม่สนุกเหมือนปีที่แล้ว เราอยู่ถึงสี่ทุ่มครึ่งก็ขอตัวกลับหอก่อน อยู่จนงานจบงานคงไม่ไหวกันพอดี
     
     เช้าวันรุ่งขึ้น
    อยากจะบอกว่าหลับเป็นตายเลย ฟ้าหัวฟูบอกว่างานเลิกตี 3 (โอ้วแม่เจ้า) ....เรารู้สึกตัวตั้งแต่ 7 โมงเช้า แต่ลุกไม่อยากลุกจากเตียงเลย 555 ตอนบ่ายเราก็ไปงานแสดงกล้วยไม้ที่พารากอน เดี๋ยวไว้จะมาเขียนในครั้งต่อไป
     อยากบอกอะไรใครไหม?
    ขอบคุณครูฝน และพี่ต่าย ที่อุตส่าห์แอบแวะมาดูพวกเรา ^.^
    ขอบคุณพี่โซ่ สำหรับการฝึกซ้อม เทคนิกต่างๆ ความทุ่มเทของพี่โซ่ ความสนุกสนาน และเสียงหัวเราะ :-D
    ขอบคุณพี่ปอม สำหรับการเคี่ยวเข็นเรื่องโน้ต และเรื่องการร้องเพลง :-) บางครั้งก็แอบเครียด แต่ว่าก็เข้าใจความหวังดีของพี่ปอมนะคะ ...11 มิถุนานี้ ปุ๋ยจะไปให้กำลังใจที่คอนเสิร์ตนะคะ
    ขอบคุณเจ๊บอล สำหรับกำลังใจ และความใจเย็นในการสอนอะไรต่างๆ ขอบคุณสำหรับความสนุกสนานและมุขฮาๆ (เสื่อมๆ) 555
    ขอบคุณพี่นุ่น พี่ฝ้าย พี่บัว ที่แอบแวะเวียนมาเยื่ยมและถ่ายรูปให้ (อยากได้กล้องแบบพี่ฝ้ายอ่า)
    ขอบคุณพี่เจี๊ยบ (บอกไม่ถูกว่าเรื่องอะไร 555)
    ขอบคุณตัวกิ๊ฟ ที่แกเป็นกำลังใจ และอยู่เป็นเพื่อนเราเสมอมา
    ขอบคุณส้ม สำหรับเสียงหัวเราะฮาๆ ขาดแกไปคงเงียบ
    ขอบคุณจี สำหรับกำลังใจ
    ขอบคุณโอม ณ TU ซิ้ม ที่ให้โอกาสเราไปร้อง (ถึงแม้จะไม่ได้ไปร้องถึงสองครั้งแล้ว -*- ...ขอครั้งหน้าแล้วกันนะ)
    ถึงฟ้าหัวฟู เราชอบผมแกวันที่ 19 หวะ ...555
    นิวเยียร์ วันไหนเราจะไปร้านน้องท่าพระจันทร์ก็จะพยายามชวนแกไปนะ 555
    ถึงตัวกิ๊ฟอีกครั้ง แกทำตัวเป็น Primadonna มากๆ 555
    เบื่อเสียงรอสายของพี่นุอะ
    เป็นกำลังใจในการทำงานของพี่เนนะ >.<
    ขอบคุณพี่จอมที่อุส่าต์แวะเวียนมา และเอาขนมมาให้ด้วย อิอิ
    ขอบคุณพี่ๆเพื่อนทุกคนนะคะ คงกล่าวถึงกันไม่หมด
     
    ขอบคุณคนเลี้ยงปลาทอง
     
     
     
    May 10

    พรหมลิขิต

    ตกลงคือพรหมลิขิตใช่ไหม ที่เขียนให้เป็นอย่างน้านนนนน ไม่ใช่แระ! ต้องอันนี้!...ในที่สุดก็ได้สัมผัสเพลงนี้ในเวอร์ชั่นที่พี่โซ่เรียบเรียงใหม่ หลังจากที่ได้เคยฟังพวกพี่ๆซ้อมตอนไปร้องในงานแต่งงานเมื่อปีที่แล้ว
     
    พรหมลิขิตบันดาลชักพา ดลให้มาพบกันทันใด
    ก่อนนี้อยู่กันแสนไกล พรหมลิขิตดลจิตใจ ฉันจึงได้มาใกล้กับเธอ
    เออชะรอยจะเป็นเนื้อคู่ ควรอุ้มชูเลี้ยงดูบำเรอ
    แต่ครั้งแรกที่พบเธอ ใจฉันเชื่อว่าแรกเจอ ฉันและเธอเป็นคู่สร้างมา

    เนื้อคู่ ถึงอยู่แสนไกลก็ไม่คลาดคลา
    มุ่งหวัง สมดังอุราไม่ว่าใครๆ
    หากไม่ใช่คู่ครองแท้จริง จะแอบอิงรักยิ่งปานใด
    ยากนักที่จะสมใจ คงเป็นเหตุอาเพศภัย พลัดกันไปทำให้คลาดคลา

    เราสองคนต่างเป็นเนื้อคู่ จึงชื่นชูรักใคร่บูชา
    นี่เค้าว่าบุญหนุนพา พรหมลิขิตขีดเส้นมา ชี้ชะตามาให้ร่วมกัน
    เราสองคนคงเป็นเนื้อคู่ เพียงแต่ดูรู้ชื่อโดยพลัน
    ก็รู้สึกนึกรักกัน จนฝันใฝ่ใจผูกพัน แม้ไม่ทันจะเห็นรูปกาย

    ฉันเชื่อ เพราะเมื่อพบเธอฉันเพ้อมากมาย
    เฝ้าหลง พะวงไม่วายไม่หน่ายกมล
    พรหมลิขิตบันดาลทุกอย่าง เป็นผู้วางหนุนทางมวลชน
    ได้ลิขิตชีวิตคน มอบเนื้อคู่มาเปรอปรน ทั้งยังดลเธอให้คู่ฉัน
    May 03

    คุณค่า

    "ทัศนคติและบทบาทซึ่งถือว่าเป็นคุณค่าอย่างสูงในระบบเช่นนี้
    ได้แก่ การเรียกร้องต้องการทางวัตถุ การรุกรานขยายตัว
    การแก่งแย่งแข่งขัน ตลอดจนการได้ครอบครอง
    เทคโนโลยี และวิทยาศาสตร์ระดับสูง
    ในการที่เน้นหนักคุณค่าเหล่านี้มากเกินไปนี่เอง
    สังคมของเราจึงปลุกเร้าให้มี
    การแสวงหาทางไปสู่เป้าหมาย
    ซึ่งทั้งอันตรายและไร้ศีลธรรมจรรยา
    และยังทำให้สิ่งที่ฝ่ายคริสต์เรียกว่า
    บาปร้ายแรง หลายประการ
    กลายเป็นสถาบันที่สังคมยอมรับขึ้นมา
    เช่น ความโลภ
    ความเย่อหยิ่ง
    ความเห็นแกตัว และ
    ความตะกละ"

     

    จุดเปลี่ยนแห่งศตวรรษ (เล่ม2) โดย ฟริตจอฟ คาปร้า


    May 01

    Heart and Soul

     ชอบบรรยากาศแบบฝนตกปรอยๆแบบนี้จัง ^.^ อยากจะตื่นสายก็ไม่ได้ตื่น...รู้สึกตัวตั้งแต่เช้าตรู่และไม่สามารถนอนได้อีก -_-"
     
    เมื่อวานพี่นุจับเราร้อง Alto เป็น "Alto เฉพาะกิจ" 555 ได้ร้องสามเพลง Love in Spring, ค่ำแล้ว แล้วก็เพลงแผ่นดินของเรา (หรือชื่อภาษาอังกฤษ Alexandra ..เพิ่งรู้จากโอม ณ TUSO เมื่อกี้นี้!) จะร้องในวันที่ 20 พค. เฮ้ย! มันท้าทายเราดีแหะ แล้วก็รู้สึกว่าได้ลองอะไรใหม่ๆบ้าง ไปซ้อมทุกครั้งก็ร้องแต่ Soprano ได้ลองเปลี่ยนบ้างก็สนุกดี555 ...
     
    ได้โน้ตเพลง Heart and Soul มา...จะได้เอาไปร้องเล่นตอนปีใหม่กับสหายซี้...หรือใครจะสนใจกดเปียโนให้เราร้องก่อนไหม ^.^
     
    Heart and Soul
    I fell in love with you
    Heart and Soul
    The way a fool would do,madly
    Because you held me tight
    And stole a kiss in the night
     
    Heart and Soul
    I begged to be adored
    Lost control
    And tumbled overboard,gladly
    That magic night we kissed
    There in the moon mist
     
    Oh, but your lips were thrilling
    Much too thrilling
    Never before were mine
    So stragely willing
     
    Now I see
    What one embrace can do
    Look at me
    It's got me loving, madly
    That little kiss you stole
    Held all my Heart and Soul