Kamolwan 的个人资料Pieces of me照片日志列表更多 工具 帮助
6月25日

Those Sweet Words

What did you say
I know I saw you saying it
My ears won't stop ringing
Long enough to hear
Those sweet words
What did you say

And now the day
The hour hand has spun
Before the night is done
I just have to hear
Those sweet words
Spoken like a melody

All your love
Is a lost balloon
Rising up through the afternoon
'Til it could fit on the head of a pin

Come on in
Did you have a hard time sleeping
'Cause a heavy moon was keeping you awake
And all I know is I'm just glad to see you again

See my love
Like a lost balloon
Rising up through the afternoon
And then you appear

What did you say
I know I saw you saying it
My ears won't stop ringing
Long enough to hear
Those sweet words
And your simple melody

I just have to hear
Your sweet words
Spoken like a melody
I just wanna hear
Those sweet words
 
 
Norah   Jones
6月15日

พระเจ้า VS นิพพาน

"ถ้าเราทุกคนคิดว่าพระเจ้าเป็นผู้สร้างทุกสิ่งอย่าง
เป็นผู้ที่ทำให้ทุกสิ่งอย่างปรากฎ และคงอยู่ดังที่เห็น
ก็สามารถเปรียบได้ว่า พระเจ้าคือนิพพานเช่นเดียวกัน
ซึ่งนั่นก็คล้ายกับพระพุทธศาสนา
อาตมาเขียนถึงพระเจ้าว่าเป็นผู้สร้างสรรค์โลก
โดยทั่วไปเรามักจะพูดว่า
เราสามารถพูดถึงพระเจ้าได้ ผู้ซึ่งอยู่สูงสุดเหนื่อสิ่งอื่นใด
 แต่เราไม่สามารถให้คำจำกัดความของพระเจ้าออกมาเป็นคำพูด
หรือภาษาได้ชัดเจนนัก
พระเจ้าเป็นสิ่งที่เราต้องสัมผัส ต้องรู้สึกด้วยตัวเอง
ในทางพุทธศาสนาก็เช่นเดียวกัน
เราไม่สามารถอธิบายการนิพพานได้เลย
แต่เราสัมผัสมันได้
พระพุทธเจ้าสอนเราว่า
ถ้าไม่มีการนิพพาน หรือการหลุดพ้น
ทุกสิ่งทุกอย่าง หรือเราทุกคน
จะไม่มีจุดหมายปลายทางให้เราเดินทางกลับ
ฉะนั้น ถ้าเราคิดว่าพระเจ้าเป็นผู้สร้าง
เป็นผู้นำทุกสิ่งอย่างปรากฎ และคงอยู่อย่างที่เห็นนั้น
เป็นสิ่งที่ยอมรับได้
มีนักเรียนชาวฝรั่งเศสเคยบอกว่า
พระเจ้าคือความสุขและเราเข้าถึงท่านได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ในทางพุทธศาสนาก็เช่นเดียวกัน
เราพูดได้ว่าการนิพพาน คือ ความสุข
และก็สามารถเข้าได้ตลอด 24 ชั่วโมงเหมือนกัน
ปัญหาอยู่ที่ว่า เราจะหามันเจอหรือเปล่า
จริงๆแล้ว
การนิพพาน
คือ ณ ที่นี้
ณ ปัจจุบัน"
 
- Thich Nhat Hanh

6月10日

คิดถึง

กิ๊ฟ...เราขอยืมเทคนิคแกหน่อยนะ ^^" อยากเขียนแต่ไม่รู้จะเขียนอะไร 555
 
คิดถึง!
 
 
 
คำเดียวจบ...
6月4日

ในห้วงความคิดหนึ่ง

ไม่รู้เหมือนกันว่าเราจะพยายามเข้าใจมันทำไม
ไม่รู้เหมือนกันว่าเราจะพยายามค้นหาทำไม
เราก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่ชอบตั้งคำถามว่าทำไม
ทั้งๆที่ก็ไม่ชอบให้คนอื่นมาถามตัวเองแบบนี้เหมือนกัน
 
ทั้งๆที่ก็เคยบอกกับตัวเองไปแล้วว่าสุดท้ายแล้วมันก็ว่างเปล่าเหมือนกันหมด
แต่มันเหมือนมีแรงดึงดูดที่มากกว่าปกติให้เราเข้าไปหาอยู่ตลอด
 
บางทีก็อยากจะร้องไห้
เพราะไม่เข้าใจ
เพราะหาไม่เจอ
เพราะไม่มีวันเจอ
เพราะไม่รู้จะหาทำไม
เพราะซาบซึ้ง
บางทีก็ยิ้มไปกับมัน
เพราะเข้าใจ
เพราะกระจ่าง
เพราะมีความสุข
เพราะเห็นว่ามันสวยงาม
เพราะรู้สึกว่าเราค้นพบอะไรซักอย่าง
เพราะรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
 
เหมือนขาวกับดำในนิทานของวอลแตร์
แต่ก็ไม่เชิงหรอก
ไม่มีทางเลือกไหนที่เป็นขาวกับดำอย่างสมบูรณ์
ไม่มีเส้นแบ่งที่แน่นอน
และในหัวเราก็มีมากกว่าขาวและดำ
 
บางทีเราต้องฝ่าวงล้อมของความคิด
กลับออกมาสู่สถานที่หนึ่งที่เขาเรียกกันว่าโลกปัจจุบัน
 
บางทีก็คิดว่า
เราอยู่กับโลกที่เป็นอยู่แบบธรรดาๆได้ไหม
แต่เกิดมาแล้วทั้งที
หาคำตอบไม่ได้ว่าเกิดมาทำไม
ก็หารสชาติของการมีชีวิต
รสชาติของการเรียนรู้อะไรบางอย่าง
แม้จะเป็นาสชาติที่บางคนอาจบอกว่าสัมผัสยาก
 
ไม่รู้สิ ความคิดสุดท้ายก่อนจะจบการเขียน blog นี้
มันบอกว่าให้อยู่กับมันต่อไป
อาจเป็นแค่ช่วงหนึ่งที่เราได้อยู่กับมัน
อาจะเป็นแค่ช่วงหนึ่งที่เรามีโอกาสนี้
อาจเป็นแค่ช่วงหนึ่งที่เรารู้สึกอยากค้นหาอะไรแบบนี้
ถ้าเราละทิ้งมันไป?
เพียงเพราะว่ามันจะเป็นความว่างเปล่าในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง
 เพียงเพราะว่าเราสับสนและอยากร้องไห้เป็นบางคราว
อย่างนั้นหรือ?
ไม่ละ เราเลือกแล้ว
อยู่กับมันต่อ เพราะดูเหมือนว่าความสุขมันล้นเหลือ
 เราไม่ต้องเข้าใจทุกอย่างนี่นา
 
รู้สึกบ้าดีเหมือนกันที่เขียนออกมาแบบนี้
แค่รู้สึกว่ามันอยากเขียน ต้องเขียนอะไรซักอย่าง
 
ทำอะไรต่อดีล่ะ
กรีนทีเย็นๆซักขวด + นิตยสาร seventeen